คำถามหนึ่งในใจแม่ๆหลายๆคนที่ลูกมีอาการแพ้อาหารอย่างรุนแรงคือ ลูกจะมีสิทธิหายหรือดีขึ้นบ้างไหม ฉันเป็นคนหนึ่งที่ยอมรับว่าขวัญผวามากเวลาต้องส่งลูกไปโรงเรียน หรือออกไปกินอาหารข้างนอกบ้าน ลูกชายแพ้แป้งสาลี ถั่วทุกชนิด และอาหารทะเลเปลือกแข็ง แพ้อย่างรุนแรงชนิดที่เรียกว่า Anaphylaxis เมื่อเผลอทานเข้าไป หรือแม้แต่อาหารมีการปนเปื้อน จะมีอาการหลอดลมตีบ ไอ หายใจไม่ออก ผื่นขึ้นทั้งตัว และหมดสติไป เราใช้ชีวิตกันโดยระวังมาก แต่กับ 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะระวังเพียงใด ก็มีเหตุให้เจ้าตัวน้อยต้องเข้าห้องฉุกเฉินจากการแพ้อาหารเฉียบพลันไปแล้ว 3 ครั้ง
เราใช้เวลาอยู่หลายปีในการต่อสู้กับอาการแพ้อาหารของลูก ค้นคว้าหาข้อมูลจนได้พบกับทางเลือกที่ชื่อว่า OIT ซึ่งเหมือนทางที่เปลี่ยนชีวิตของครอบครัวเราไปอย่างสิ้นเชิง

OIT คืออะไร
OIT (Oral Immunotherapy) คือการรักษา หรือบรรเทาความรุนแรงของอาการแพ้อาหารโดยให้ผู้แพ้รับประทานอาหารที่แพ้เข้าไปในปริมาณที่น้อยมากๆอย่างสม่ำเสมอและค่อยๆเพิ่มขึ้นในปริมาณที่ปลอดภัย เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีการปรับตัวให้ทนต่อสิ่งที่แพ้นั้นๆได้มากขึ้น โดยการรักษานี้ ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น การรักษาแบบOIT นั้นสามารถช่วยให้ผู้แพ้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้น ลดความกลัวและความเครียดจากการปนเปื้อนของอาหารในชีวิตประจำวัน
จุดประสงค์หลักของการทำOIT ไม่ใช่การหายขาด แต่คือ “Bite proof” แปลง่ายๆคือ ถ้าเผลอกินไปคำนึงแล้วก็คงไม่เป็นไร สำหรับเด็กที่แพ้อย่างรุนแรงแค่ bite proof ก็สามารถช่วยให้ชีวิตดีขึ้นอย่างมาก พ่อแม่ไม่ต้องเครียด คอยระแวงในการไปรับประทานอาหารนอกบ้าน หรือการส่งลูกไปโรงเรียนอีกต่อไป ในคนไข้บางราย การรักษาอาจทำได้ถึงขึ้น Free eat หรือคือการหายขาดจากการแพ้อาหารชนิดนั้นไปได้อย่างสิ้นเชิง แต่ต้องใช้เวลาหลายปี ทั้งนี้ขี้นอยู่กับรายละเอียดการแพ้ของแต่ละคนซึ่งแตกต่างกัน คุณหมอจะเป็นผู้ตัดสินว่าสามารถรักษาได้ถึงขั้นไหน
ระยะเวลาในการทำOIT มีตั้งแต่ 3.5เดือนขึ้นไป บางรายอาจต้องใช้ระยะเวลาเป็นปี ระยะเวลาในการรักษานั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความรุนแรงของการแพ้ สุขภาพของผู้รับการรักษา และอาการแพ้ที่เกิดขึ้นระหว่างการรักษา หากมีอาการแพ้รุนแรงระหว่างการรักษา คุณหมออาจจะต้องยืดเวลาในการเพิ่มปริมาณ (updose) ออกไป หรือลดปริมาณที่ให้ลงมา

ขั้นตอนในการรักษา
ในวันแรก หมอเฉพาะทางจะให้ทดลองกินสิ่งที่แพ้(allergen)ในจำนวนน้อยมากๆ เช่น 1/40,000 ของเมล็ดถั่ว และค่อยๆเพิ่มขึ้น สลับกับรอดูว่ามีอาการแพ้หรือไม่ สองถึงสามรอบ จากนั้นหมอจะพิจารณาให้สารละลาย หรือเศษเมล็ดถั่วในปริมาณที่ปลอดภัยกลับบ้านมา เด็กที่แพ้มีหน้าที่ต้องกินสารละลายนั้นทุกวันเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ จนกว่าจะกลับไปพบหมออีกครั้ง ทุกครั้งของกำหนดนัด หมอจะค่อยๆเพิ่มปริมาณถั่วที่ส่งกลับบ้าน เช่น สำหรับถั่วลิสงอาจมีลำดับขั้นดังนี้

0.25mg peanut flour
0.50mg peanut flour
1.25mg peanut flour
2.50mg peanut flour
5.0mg peanut flour
10mg peanut flour
10mg peanut
25mg peanut
50mg peanut
100mg peanut
200mg peanut
500mg peanut
1000mg peanut
2000mg peanut
4000mg peanut
หมอบางคนจะหยุดเพิ่มให้ที่ 4000 มิลิกรัม หรือ ถั่วลิสงประมาณ 4 เม็ด ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่สามารถทำให้เด็กปลอดภัยจากการปนเปื้อนของอาหาร หรืออุบัติเหตุในการกิน เรียกว่ามี bite proof แล้ว โดยเด็กควรจะต้องกินถั่วในจำนวนนี้ต่อเนื่องต่อไปทุกวัน เพื่อคงสถานะของภูมิต้านทานของร่างกาย หากหยุดรับประทานเด็กอาจจะกลับมาแพ้รุนแรงใหม่ได้
ข้อปฏิบัติในการรักษา
เด็กที่เข้ารับการรักษาจะต้องทำตามขั้นตอนการปฎิบัติตนที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด โดยมีผู้ปกครองคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ในระหว่างการรักษาได้ ข้อควรปฎิบัติคร่าวๆสำหรับผู้ปกครองและเด็กมีดังนี้
1. เฝ้าระวังคอยดูอาการ 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง หลังรับประทานallergen
2. เตรียม Epi-pen หรือเข็มอะดรีนาลีน ให้พร้อมเสมอ
3. ห้ามออกกำลังกายอย่างหักโหม 2 ชั่วโมง ก่อนและหลังรับประทาน
4. พยายามให้ร่างกายอยู่ในอุณหภูมิปกติ 1-2 ชั่วโมง หลังรับประทาน
5. ต้องไม่มีโรคหอบหืดกำเริบ
6. ระหว่างไม่สบาย อาจมีการให้ลดปริมาณ allergen ลง
7. พยายามหลีกเลี่ยงการรับประทานallergen นอกเหนือจากที่แพทย์สั่ง
OIT เป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ ในเมืองไทยยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายนัก ที่สหรัฐอเมริกาเองก็เพิ่งมาเริ่มแพร่หลายมากขึ้นในปีหลังๆนี้ มีหมอที่ให้การรักษาอยู่ไม่ถึง100 คนทั่วประเทศ ส่วนในประเทศไทยนั้นมีที่ รพ. รามาธิบดี และ สมิติเวช OIT เป็นเรื่องซับซ้อนหลายสถาบันทั่วโลกยังคงทำการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับศาสตร์นี้อย่างต่อเนื่อง โรงเรียนแพทย์ที่ Stanford, USA กำลังมีการทำการวิจัยเพื่อให้การรักษาแบบ OIT เป็นที่ยอมรับมากขึ้น ปลอดภัยขึ้น และใช้เวลาสั้นลง ผู้เขียนหวังว่าอีกไม่นาน เด็กๆคงจะได้มีโอกาสได้รับการรักษาและหายขาดจากการแพ้อาหารกันอย่างแพร่หลาย คงจะลดความเครียดให้กับผู้ปกครองอย่างเราไปได้มากทีเดียว
Links ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
สำหรับเด็กแพ้ในอเมริกา สามารถดูรายชื่อหมอในพื้นที่ได้ที่
https://www.oit101.org/find-an-oit-allergist/
สำหรับเด็กไทย
https://www.samitivejhospitals.com/th/รักษาโรคแพ้อาหาร-oit/
Thanks for reading!

[…] อ่านเพิ่มเติม คลิก: OITคืออะไร […]
ถูกใจถูกใจ